Th En
 
ข่าวสารองค์กร
การเมืองแทรกเพิ่มทุน "เนชั่น"
13 พฤศจิกายน 2562

 “เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป” ประกาศเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาเพิ่มทุนออกไปแบบไร้กำหนด หลังพบกลุ่มทุนการเมืองพยายามแทรกแซงข่มขู่ผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม หวังล้มมติดังกล่าว เหตุไม่พอใจการนำเสนอข่าวของกลุ่มเนชั่น เผยเป็นกลุ่มการเมืองเดิมที่เคยปิดล้อมตึกเนชั่นมาก่อน 

นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องแจ้งเลื่อนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ที่กำหนดไว้ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ออกไปก่อน เนื่องจากได้ปรากฏอย่างชัดเจนว่ามีกลุ่มการเมือง บางกลุ่มได้เข้ามาแทรกแซง การประชุมดังกล่าว ด้วยการข่มขู่ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มของ NMG เพื่อคัดค้านการเพิ่มทุนในครั้งนี้

ทำให้ผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม เกิดความไม่สบายใจและจะพิจารณาในเรื่องนี้ใหม่ จนอาจทำให้การประชุมผู้ถือหุ้นอาจจะมีปัญหา บริษัทฯ จึงมีความเห็นว่าควรจะเลื่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นออกไปก่อน เพื่อจะได้มีเวลาในการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าวมากขึ้น

“การแทรกแซงดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่กลุ่มการเมืองดังกล่าวไม่พอใจกับการเสนอข่าวของสื่อในเครือเนชั่น ซึ่งเราขอยืนยันการทำหน้าที่สื่อที่ไม่ยอมก้มหัวหรือศิโรราบให้กับนักการเมืองเหล่านี้ และจะยืนหยัดทำหน้าที่ตรวจสอบ นำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยไม่หวาดหวั่นต่อการใช้อิทธิพลทางการเมืองทุกรูปแบบ”

เผยเป็นกลุ่มเดิมที่เคยปิดล้อมตึกเนชั่น

นายสมชาย กล่าวว่า จะใช้เวลาในการทำความเข้าใจในการทำหน้าที่ฐานะองค์กรสื่อกับนักลงทุนที่หวาดวิตกต่อ การข่มขู่ ปิดล้อมนักลงทุน ต่อการพิจารณาเพิ่มทุนใน NMG เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด ให้กับบริษัทต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NMG กล่าวว่า ในอดีต ได้มีความพยายามทางการเมือง หลายยุคหลายสมัยในการแทรกแซง ข่มขู่การทำหน้าที่สื่อของกลุ่มเนชั่นมาตลอด ถึงขนาดใช้มวลชนที่บงการโดยนักการเมืองปิดล้อมสำนักงานก็มีมาแล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพ ที่ไม่ก้มหัวต่อความไม่ถูกต้อง เนชั่น กรุ๊ป สามารถผ่านเหตุการณ์มาได้ด้วยดี ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน

เลื่อนประชุมผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุนไร้กำหนด

นอกจากนี้ นายสมชาย ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า  ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 มีมติอนุมัติกําหนดวันประชุมวิสามัญถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.2552 เวลา 14.00 น. โดยกําหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการ เข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 เป็นวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.2562 (Record Date) และวันกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น เป็นวัน อังคารที่ 26 พ.ย.2562 (Record Date)

พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ คณะกรรมการบริหาร และ/หรือประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหาร มีอํานาจในการพิจารณาแก้ไข วัน เวลา และสถานที่สําหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2562 วันกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นสําหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือ หุ้นครั้งที่ 2/2562 (Record Date) และวันกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Record Date) ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาประโยชน์และ ผลกระทบที่มีต่อบริษัทฯ เป็นสําคัญแล้วนั้น

บริษัทฯขอเรียนว่า บริษัทฯได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นรายสําคัญบางกลุ่มว่ายังไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการเพิ่มทุนดังกล่าวข้างต้นได้ในขณะนี้ เนื่องจากมีเหตุปัจจัยภายนอกหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้การเพิ่มทุนเพื่อ จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วน (Rights Offering) ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาและกอบกู้ สถานการณ์ด้านการเงินของกลุ่มบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้แก่ สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ คู่ค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นรายย่อย ตลอดจนบรรดาผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลาย

บริษัทฯคาดการณ์ว่าหากบริษัทฯ ยังคงจัดให้มี การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2562 ในวันที่ 18 พ.ย.2562 นี้ ต่อไป อาจเกิดปรากฏการณ์ว่า มติที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุนตามที่กล่าวข้างต้นไม่ผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายสําคัญ บางกลุ่มเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนการแก้ปัญหาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสการถูกคุกคามของเทคโนโลยี ดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถระดมทุนได้ตามแผนงาน และจะส่งผลกระทบต่อการดําเนินการของบริษัทฯอย่างมีนัยสําคัญ

เงินเพิ่มทุนหวังชำระหนี้-ขยายธุรกิจ

จากสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทฯ ในปัจจุบัน บริษัทฯ มีความจําเป็นในการใช้เงินเพิ่มทุนที่คาดว่าจะได้รับจํานวน 813.59 ล้านบาท ส่วนที่หนึ่งเพื่อใช้ในการชําระหนี้สินระยะสั้นที่เหลือ ส่วนที่สองนําเงินไปใช้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนในบริษัทย่อยของบริษัทฯเพื่อนําไปใช้รองรับการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯให้แข็งแรงมั่นคงยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมสื่อในยุคดิจิทัล และส่วนที่เหลือนําไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกลุ่มบริษัท

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ จึงเร่งดําเนินการเจรจาหารือร่วมกับผู้ถือหุ้นรายสําคัญทุกกลุ่มเพื่อทําความเข้าใจถึงความจําเป็นในการใช้เงินเพิ่มทุน สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทฯ และความสําคัญของการเพิ่มทุนในครั้งนี้ ซึ่งหากไม่ได้รับความร่วมมือหรือสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นก็จะส่งผลเสียอย่างมีนัยสําคัญต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถือหุ้นรายย่อย

ดังนั้นประธานเจ้าหน้าที่บริหารตามที่ได้รับมอบอํานาจจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงขอแจ้งเลื่อนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.2552 เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วน (Rights Offering) ออกไป และหากสามารถเจรจากับผู้ถือหุ้นรายสําคัญกลุ่มต่างๆเรียบร้อยแล้ว จะดําเนินการแจ้งกําหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 ใหม่ให้ทราบอีกครั้ง คาดว่าภายในวันที่ 20 ธ.ค.2562 หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

สำหรับการเพิ่มทุนที่คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทอีก 7.18 พันล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 2.16 พันล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 9.34 พันล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 1.36 หมื่นล้านหุ้น ที่ราคาพาร์หุ้นละ 0.53 บาท จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ ในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 10 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.06 บาท มูลค่ารวมไม่เกิน 813.59 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาเสนอขายตั้งแต่วันที่ 12-18 ธ.ค. 2562 (รวม 5 วันทำการ)

 บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนไปใช้ชำระหนี้สินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และลดภาระต้นทุนทางการเงิน จำนวนประมาณไม่เกิน 200 ล้านบาท, ใช้เป็นเงินในการเพิ่มทุน RO ของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทจำนวนประมาณ 101.38 ล้านบาท และเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และการขยายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในลักษณะของสื่อรูปแบบใหม่ (New Media) โดยการนำเนื้อหาสาระ (Content) ของกลุ่มบริษัทมาเชื่อมโยงและพัฒนารูปแบบ (Platform) Offline-Online-On Ground เพื่อให้บริษัทสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมสื่อในยุคดิจิทัล

 นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และส่งผลให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิมของธุรกิจหลัก และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์หรือการให้บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินทุนจำนวนประมาณไม่เกิน 455 ล้านบาท และจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ของปี 2563 รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ไม่เกิน 57.21 ล้านบาท